สัปดาห์ที่ 12

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายคุณแม่
คุณแม่หลายท่านตั้งตารอคอยกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นจากการตั้งครรภ์ เนื่องจากการที่มี
การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เกิดขึ้นจะช่วยเพิ่มโอกาสให้การตั้งครรภ์ดำเนินไปด้วยดีมากยิ่งขึ้น ตอนนี้เสื้อผ้าอาจเริ่มคับเล็กน้อยอย่างไรก็ตามใคร ๆ จะยังดูไม่ออกว่าคุณกำลังตั้งครรภ์ และ ยังต้องใช้เวลาอีกหลาย สัปดาห์เลยทีเดียวกว่าคุณจะต้องการเสื้อผ้าสำหรับการตั้งครรภ์ อย่างจริงจังหากคุณแม่มีความรู้สึกอ่อนล้าจากผลของการแพ้ท้องข่าวดีก็คือจากสัปดาห์ที่ 12 นี้เป็นต้นไป อาการแพ้ท้องจะเริ่มทุเลาลงแต่อย่าคาดหวังว่าทุกอย่างจะสมบูรณ์แบบมันอาจไม่ได้ดีขึ้นในภายใน วันสองวันนี้ แต่อาจใช้เวลาเป็นสัปดาห์ก็ได้ในระยะนึคุณแม่อาจมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 10 % ของน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดจากการตั้งครรภ์ ( ประมาณ 1.2 kg / 4 1 / 2 lb ) แม้ว่าบางทีน้ำหนักอาจเพิ่มขึ้นน้อยกว่านี้ เนื่องจากผลของการแพ้ท้อง แต่คุณแม่ไม่ต้องกังวลไป และ เร่มรับประทานอาหารที่มีคุณค่าให้มากขึ้นก็พอ

ทารกเมื่ออายุครรภ์ 12 สัปดาห์
ตอนนี้ตัวอ่อนมีขนาดยาว 6 เซนติเมตร และ หนัก 15 กรัม ใบหน้าของทารกที่จะเห็นได้อย่าง
ชัดเจนในอีกสองสามเดือนนั้น ตอนนี้กำลังมีการพัฒนารูปร่างอย่างรวดเร็ว เมื่ออายุครรภ์เพียง 12 สัปดาห์นี้ทารกน้อยของคุณจะมีเพียงคาง หน้าผาก จมูกเล็ก ๆ และตาซึ่งได้เคลื่อนจากด้านข้าง มาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมทางด้านหน้าแล้ว แต่จะยังคงปิดสนิทไปอีกนานหลายสัปดาห์
หูของทารกนั้นได้เลื่อนสูงขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง และ หูชั้นนอกมีการพัฒนาเป็นรูปร่าง
ชัดเจนแล้ว กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของทารกมีการพัฒนาไปมาก และมีการทำงานที่สัมพันธ์กัน กับสมอง ทำให้ทารกสามารถขยับปากได้เล็กน้อย และ ย่นหน้าผากได้ สายสะดือทำหน้าท ี่ลำเลียง อาหาร และ อากาศมาให้ทารก และ ลำเลียงของเสียจากทารกออกไปสู่ระบบไหลเวียนของแม่ นิ้วมือของทารกตอนนี้แยกออกจากกันเป็นอิสระ สิ่งแรกที่ทารกสามารถจับได้อาจจะเป็น สายสะดือที่อยู่ ใกล้ จากอายุครรภ์ 8 สัปดาห์ไปถึง 12 สัปดาห์นี้เป็นช่วงเวลาที่ทารกอยู่ในระหว่าง ที่มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมากที่สุดระยะหนึ่ง อวัยวะต่าง ๆ ที่อยู่ภายในร่างกายมีการสร้าง เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา แม้ว่าจะยังไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ทั้งหมด แต่ตอนนี้เลือดได้ถูก สูบฉีดจากหัวใจไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ทั่ว ร่างกายเล็ก ๆ นั้นแล้วกระเพาะอาหารมีทางเชื่อมต่อไปยัง ปาก และ ลำไส้ เซลล์ที่จะพัฒนาไปเป็นสมองมีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว และเคลื่อนตัวไปอยู่ใน บริเวณที่ถูกต้อง ในขณะเดียวกันนั้นศีรษะของทารกก็จะโตขึ้นเพื่อรองรับสมองที่กำลังเติบโตขึ้นนั้น

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์

มีเลือดออกทางช่องคลอด
เลือดออกจากการฝังตัวของตัวอ่อน เมื่อมีการฝังตัวของตัวอ่อนเกิดขึ้นรกจะฝังตัวเข้าไปเหมือน
กับรากของต้นไม้เจาะเข้าไปในดิน แล้วบางครั้งทำให้มีการฉีกขาดของเส้นเลือดเล็ก ๆ ในเยื่อบุโพรง มดลูก เป็นผลให้มีเลือดออกได้เล็กน้อยแล้วจะหยุดไปเอง คนโบราณจะเรียกว่าเลือดล้างหน้าเด็ก เป็นสิ่งปกติไม่ควรกังวลไป เลือดออกจากการแท้ง จะมีอาการปวดท้องร่วมด้วยเลือดจะออกเป็น สีแดงสด และมีปริมาณมาก ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

เลือดออกจากการท้องนอกมดลูก คือ การที่ตัวอ่อนไปฝังตัวในที่อื่นที่ไม่ใช่โพรงมดลูก เช่น
ท่อรังไข่ รังไข่ หรือในช่องท้องจะมีอาการเลือดออกกะปริบกะปรอยอยู่เรื่อย ๆ และมีอาการปวดท้อง ซึ่งจะปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกันจนกระทั่งทนไม่ไหว ซึ่งถ้าเกิดการท้องที่ท่อนำไข่แล้วท่อ นำไข่แตก เลือดจะไหลเข้าไปในช่องท้องทำให้เสียเลือดมากจนอาจช็อกหมดสติได้ การท้องนอกมดลูกสามารถทำการ วินิจฉัยเบื้องต้นได้โดยการตรวจเลือดหาระดับฮอร์โมน hCG และตรวจอุลตร้าซาวน์ เปรียบเทียบจะไม่พบ ถุงน้ำคร่ำในโพรงมดลูก การวินิจฉัยที่แน่ชัดทำได้ โดยการส่องกล้องตรวจทางหน้าท้อง Laparoscopy การวินิจฉัยได้แต่แรก ๆ จะช่วยให้ได้ รับรักษาที่ทันท่วงทีซึ่งจะทำให้มีความปลอดภัยสูงขึ้นมาก